OS Talk!

เมื่อฉันเป็น Pragmatist

วันนี้นั่งทบทวนตนเองในช่วงวันหยุดยาวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลมหาสงกรานต์ ในสมัยก่อนที่ Social Media เข้ามาสู่ประเทศไทย ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มสนุกกับมัน คิดอะไร ทำอะไรต้อง Post ลงสื่อออนไลน์นั้นๆ โดยเฉพาะเรื่องงาน แค่คิดจะทำอะไรก็ Post แล้ว แต่เมื่อ Post ไปมีคนชมมีคนชอบ หลายๆ งานไม่เกิด อาจเป็นเพราะสมองได้โดปามีน ไปแล้ว เลยทำให้ร่างกายหยุดที่จะทำต่อไป และอีกอย่างคือ เมื่อเราคิดและบออกออกไปในโลกออนไลน์ ทำให้หลายๆ โครงการมีคนทำออกมาก่อนหรือออกมาคล้ายๆ บ่อยครั้ง

พอมาในช่วงปีพ.ศ.2566 เกิดเหตุการณ์หลายอย่าง ทำให้เว้นระยะการ Post ออกไป และอยู่กับทีม กับตนเอง ทำงานที่เราคิด และเป็นป้าหมายของเรา เวลาผ่านมาสักระยะ งานได้ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบัน พ.ศ.2569 ทำให้เกิดชิ้นงาน Platform ใหญ่ๆ เกิดขึ้นมาสมบูรณ์และได้ใช้งานไปแล้วหลายตัว

สิ่งที่เกิดขึ้น จึงได้มานั่งเงียบๆ วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น หลายๆ งานเราทำไปแม้ความพร้อมเรายังไม่มี มีแต่แนวคิดและทรัพยากรที่มีเพียง 20% แต่เราเริ่มลงมือทำไปเลย สุดท้าย เราก็สามารถทำสำเร็จได้ถึง 100% โดยระยะทางที่ลงมือทำ ก็จะมีเหตุการณ์เข้ามาเสริมในส่วนที่ขาด ที่ยังไม่พร้อม จนก่อรูปร่างเป็นภาพสมบูรณ์

จากที่ทำมากว่า 3 ปี ทำให้เราเสพติดการลงมือทำ มากกว่าการพูด การประกาศโชว์ การเตรียมการให้พร้อมก่อนลงมือทำ เมื่อนึกขึ้นได้ว่า ในช่วงเรียน ป.เอก ด้านปรัชญา มีอยู่แนวคิดหนึ่งที่เรียกว่า “Pragmatism”  หรือ ปฏิบัตินิยม เป็นธรรมเนียมทางปรัชญาที่มองภาษาและความคิดว่าเป็นเครื่องมือ ในการทำนาย การแก้ปัญหา และการกระทำ มากกว่าการบรรยาย การแสดง หรือสะท้อนความเป็นจริง ผู้ยึดหลักปฏิบัตินิยมได้แย้งว่าประเด็นทางปรัชญาส่วนใหญ่ เช่น ธรรมชาติของความรู้ ภาษา แนวคิด ความหมาย ความเชื่อ และวิทยาศาสตร์ มักพิจารณาจากการใช้งานจริงและความสำเร็จ

แนวคิดเรื่องปฏิบัตินิยมเริ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อช่วงคริสต์ทศวรรษ 1870 ต้นกำเนิดของปรัชญานี้มักจะมาจากนักปรัชญา อย่าง ชาลส์ แซนเดอส์ เพิร์ซ, วิลเลียม เจมส์ และจอห์น ดูอี ใน ค.ศ. 1878 เพิร์ชได้บรรยายถึงเรื่องนี้ว่า “ลองพิจารณาผลในทางปฏิบัติของวัตถุประสงค์ของความคิดคุณ แล้วแนวคิดของคุณเกี่ยวกับผลเหล่านั้นก็คือแนวคิดทั้งหมดของวัตถุประสงค์นั้น” (ที่มา : วิกิ)

จากได้อ่าน จึงคิดว่าข้าพเจ้าเอง คงเสพติดการกระทำเข้าไปแล้ว และคิดว่าคงเข้าไปสู่การเป็น Pragmatist เพราะลงมือทำแม้ไม่พร้อม และทำมากกว่าพูด

เมื่อฉันเป็น Pragmatist

Most Popular

To Top